วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

......มาทำความรู้จักกับวัดชะเมากันครับ...... วัดนี้ตั้งอยู่ที่ ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อยู่ตรงข้ามวัดใหญ่ และเยื้อง ๆ โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา ครับ.....



ในอดีตแยกออกเป็นวัดโบราณได้ ๓ วัด ครับ (ข้อมูลบันทึกวัดร้างเมืองคอน)
      ๑.วัดสมิทฐาน
      ๒.วัดประตูเขียน
      ๓.วัดโมฬี (วัดชะเมา)

ภายหลังในปี พ.ศ.๒๔๕๘ หรือเกือบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณศิริธรรมมุณี เจ้าคณะมณฑลนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้รวมพื้นที่วัดขึ้น ๓ วัด คือ วัดประตูเขียน วัดสมิทฐาน และ วัดโมฬี หรือ วัดชะเมา เป็นพื้นที่เดียวกัน คือ วัดชะเมาปัจจุบันนั่นเอง 

และนีี่เป็นร้านกาแฟข้างวัดที่ผมใช้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลแห่งหนึ่ง และเก็บสะสมพระกรุนี้จากผู้คนทั่วไป.....


ก่อนอื่นต้องขอชมบารมีท่านเกษม เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันว่า  สามารถพัฒนาวัดนี้ให้มีความเจริญรุ่งเรือง สภาพและบรรยากาศทั่วไปดีขึ้นผิดกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก....

เมื่อเดินผ่านประตูวัดด้านหน้าเข้าไป ทางขวาจะเป็นศาลาเอนกประสงค์ที่กำลังก่อสร้างใกล้เสร็จแล้ว ๑ หลัง



ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็นบริเวณที่ตั้ง "พระสูง" ที่ย้ายมากจากด้านหลังที่เป็นวัดประตูเขียนเดิม โดยกำลังทำการก่อสร้างซุ้มศาลาอย่างงดงามให้ท่านใหม่ ดังภาพ




 มองตรงไปด้านหน้าที่เห็นก็จะเป็นโบสถ์ของวัดชะเมา ครับ...


  วิวด้านข้างโบสถ์ ครับ....





และด้านหลังโบสถ์ซึ่งจัดสถานที่ได้อย่างร่มรื่น.....

       และถัดจากโบสถ์ไปก็จะเป็นกุฏิเจ้าอาวาสครับ.....



ส่วนกุฏิที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกอยู่ด้านหลังครับที่อยู่ทางขวาหลังคาสีส้มนั่นแหละครับ...... ใครจะไป ใครจะมาพบท่าน ถ้าท่านอยู่และว่างจากภารกิจของสงฆ์ ท่านต้อนรับญาติโยมทุกคนเป็นอย่างดีเสมอ ครับ......

กรุวัดชะเมา.....

   พระปลัดเกษม เขมจิตโต เจ้าอาวาสวัดชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า การค้นพบดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นเมื่อราวปลายเดือนเมษายน ๒๕๕๔ที่ผ่านมา เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ชาวบ้านเรียกชื่อสืบทอดกันว่า “หลวงพ่อสูง” หน้าตักกว้างประมาณ ๓ เมตรเศษ ความเป็นมานั้นได้สืบค้นข้อมูล และพบจารึกที่ฐานพระพุทธรูป ว่า สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๑๐๗๙ ประดิษฐานที่เดิมตรงพื้นที่วัดประตูเขียน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองนครศรีธรรมราชมาตั้งแต่โบราณ และได้ร้าวลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ ........(จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน)


เอาละครับ และกรุที่ว่านี้มันอยู่ตรงไหน.... ติดตามต่อคราวหน้านะครับ.......        

       

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

พระยอดธงกรุวัดชะเมา

           ตอนนี้จริง ๆ แล้วผมว่าจะพาไปเที่ยววัดชะเมา(ประตูเขียน) แต่บังเอิญได้ข้อมูลเกี่ยวกับพระยอดธงกรุนี้เข้ามาใหม่ คือ มีพระยอดธงพิมพ์เล็กเพิ่มขึ้นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งแต่แรกส่วนใหญ่เรียกกันว่าแตกกรุรอบสอง คราบน้อย หน้าผากเปิด ไรผมหน้าม้าตรง เป็นที่สงสัยกันว่าน่าจะปลอม ผมเองในตอนแรกก็ตีว่าปลอม แต่พอได้ลองล้างดูตามสูตรล้างพระกรุเนื้อสำริดพบว่า หลังจากล้างคราบเขียวและคราบดิน ทรายออกหมดแล้ว องค์พระจะมีลักษณะเป็นสนิมแดงนำ้้้ำตาลเข้มทั่วทั้งองค์  ยอดเกศมีสีทองเรือ ๆ  ในตอนแรกสงสัยว่าน่าจะเป็นสีรองพื้นเหล็ก ลองดมดูก็ไม่มีกลิ่นสี แตะลิ้นก็ไม่ดูดลิ้น  เช็ดด้วยทินเนอร์ก็ไม่ออก  ลองแช่ิบรัสโซ ดูปรากฏว่าคราบสนิมเแดงละลายออกมาเป็นสนิมเขียว แสดงว่าเป็นคราบสนิมแดงของพระเก่าที่ผ่าน กาลเวลามาหลายร้อยปีจริง.....

ดูภาพ (ยืมเค้ามาจากเว็ปอื่น) 







รูปข้างล่างนี้ผมล้างเองครับ.......








แตกกรุรอบแรกเป็นแบบนี้ครับ.............


    

   
     จงอย่าเชื่อในสิ่งเราที่เห็น.....

     จงอย่าเชื่อในสิ่งที่เค้าบอก......


     จงพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนแล้วจึงเชื่อ.......

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

กรุวัดชะเมา (พระเชียงแสน)

  ..... วันนี้ได้พบได้เห็น พระในกรุวัดชะเมามาอีกแล้วครับ นอกจาก  พระยอดธงแล้ว ยังมีพระเชียงแสนอีกมากมาย อย่างไม่น่าเชื่อ ทำไปทำมากรุนี้คงเป็นกรุยุคเชียงแสนกระมัง  .... สำหรับพระยอดธงที่พบในกรุขณะนี้  พบว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์เล็ก กับ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก แบ่งออกเป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์หน้าเล็ก กับพิมพ์หน้าใหญ่ ซึ่งพิมพ์หน้าใหญ่จะมีแบบบุทองคำ กับ ไม่บุทองคำ เนื้อสามกษัตริย์ ส่วนพิมพ์หน้าเล็ก จะมีเนื้อแก่ทองมาก แก่ทองน้อย  เนื้อเงิน  และเนื้อทองแดง  ครับผม  ส่วนพิมพ์ใหญ่ที่พบ  จะเป็นพระยอดธงแบบเชียงแสน แต้ ๆครับ  คราบกรุไม่ต้องพูดถึง เด็ดขาดจริง ๆ ครับ ......

ศิลปะสมัยเชียงแสน – โยนก   
พุทธศตวรรษที่ 16-20  หรือศิลปะล้านนาไทย 
          เรียกตามชื่อเมืองโยนกเชียงแสนซึ่งปรากฏซากเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงท้องที่อำเภอเชียงแสนจังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน เมืองดังกล่าวนี้ เคยเป็นราชธานีและเมืองสำคัญของไทยในสมัยแรกที่ตั้งมั่นขึ้นในสุวรรณภูมิตามความเป็นจริงแล้วคนไทยที่มาตั้งมั่นอยู่ในแถบนี้ได้โยกย้ายบ้านเมืองและสร้างราชธานีหลายหนเพราะเหตุที่มีอุทกภัยน้ำในแม่น้ำโขงไหลบ่าขึ้นมาท่วมบ้านเมืองเสียหายบ่อยๆคำว่าโยนกเชียงแสนที่กล่าวในที่นี้จึงกล่าวเพื่อความสะดวกในการกำหนดเรียกชื่อศิลปกรรมแบบที่สร้างในระยะที่โยนก( เมืองสมัยก่อนเชียงรายราวพ.ศ.1300-1600)และเชียงแสนเป็นราชธานี(พ.ศ.1600-1800)ตลอดจนมาถึงเชียงใหม่เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาในชั้นหลังด้วย  

      ศิลปะล้านนา หรือ ศิลปะเชียงแสน มีลักษณะเก่าแก่มาก  คาดว่ามีการสืบทอดต่อเนื่องของศิลปะทวาราวดี และลพบุรี ในดินแดนแถบนี้มาตั้งแต่สมัยหริภุญชัย   ศูนย์กลางของศิลปะ ล้านนาเดิมอยู่ที่เชียงแสน    เรียกว่าอาณาจักรโยนก ต่อมาเมื่อ   
พญามังราย ได้ย้ายมาสร้างเมืองเชียงใหม่    ศูนย์กลางของของอาณาจักรล้านนาก็อยู่ที่ เมืองเชียงใหม่สืบต่อมาอีกเป็นเวลานาน


             ........ เริ่มทัศนากันเลยนะครับ.....  

ชุดนี้เป็นชุดที่อยู่ในชั้นดินลึกประมาณ 4 เมตร   ขนาดห้อยคอประมาณ 1 นิ้ว กว่า ๆ
              
องค์แรกเป็นพระยอดธงเชียงแสนครับ... นับเป็นพระยอดธงแบบพิมพ์ใหญ่ในกรุนี้




       
มีรูปที่ล้างแล้วด้วยครับ....



         องค์ที่ ๒ ......เป็นสิงห์หนึ่งปางสมาธิครับ ด้านล่างใต้ฐานทำเป็นรูสัณฐานรี ไม่ทราบเจตนา....ใครรู้ช่วยบอกทีครับ....




องค์ที่ ๓ .......สันนิษฐานกันว่าเป็นพระอุปคุต อุ้มบาตร
หรืออาจจะเป็นพระสิวลีอุ้มบาตร  ครับ...




         องค์ที่ ๔...... มาแปลกไปเลยครับ ....... เป็นพระพิฆเนศ ขนาด ๑ นิ้ว รูปทรงท่านสง่าและงดงามมากครับ......




  
มีตัวอย่างองค์ที่ล้างแล้วมาโชว์ด้วยครับ...(ยืมภาพเค้ามาลง)
พระพิฆเณศวร์ ปางประทานพร มือซ้ายถือลูกแก้วสมปราถนา...

                        
   สวยไหมครับ........

องค์ที่ ๕........ เป็นพระยืนเชียงแสน ปางห้ามสมุทรครับ...
ขนาดประมาณสองข้อนิ้วชี้ เลี่ยมแล้วห้อยกำลังดีเลยครับ........ งามจริง ๆ .....



     
    สำหรับองค์ที่ ๖......   ถือเป็นสุดยอดสำหรับวันนี้เลยก็ว่าได้ครับ.....พระนาคปรกเชียงแสนโบราณ ปางประทานพร (นั่ง ) ขนาด กว้าง ๓ นิ้ว สูง เกือบ ๖ นิ้ว........... (ผิดพลาดประการใด
ช่วยแนะนำด้วยครับ...) *** มีผู้ให้ข้อมูลใหม่ว่าเป็น พระทวารวดี นั่งปางประทานอภัย ครับ ***




       และองค์ที่ ๗......... ผมถือว่า่ เป็นสุดยอดอีกเหมือนกัน....
พระเทริด ทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร ขนาดสูง  ๕.๕ นิ้ว 
ครับ...........





        วันนี้คงพออก พอใจกันพอสมควรนะครับ........
ยังมีของแปลกอีกเยอะในกรุนี้ ....... ผมเองคาดไม่ถึงจริง ๆ
คราวหน้าจะพาไปเที่ยววัดประตูเขียน (วัดชะเมา) กันครับ ไปดูกันให้ จะ จะ กันเลยว่า ที่ว่ากรุแตก แตก ตรงไหน ใครขุด......










วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กรุวัดชะเมา

มาแล้วครับรูปถ่ายพระเชียงแสน 1 นิ้ว สนิมเขียวเนื้อเงิน  อายุ 700 ปี 
พบในบาตร กรุวัดชะเมาครับ ... ดู ข้อมูลเพิ่ม(Dr.ณัฐนนท์)  หรือ  ข้อมูลเพิ่ม (Dr.ณัฐชัย)   
 มีอะไรให้อ่านเล่นเยอะเลย....
ท่านมาไกลจริง ๆ ครับ  ........





ตามด้วยองค์พระสูงจำลอง (พระประธานวัดประตูเขียน) ขนาดจิ่ว .......
ดูแล้วเป็นศิลปเชียงแสนแน่นอนครับ .......







อันนี้แบบล้างแล้วครับ (ยืมเค้ามาลง)
ค่อนข้างแก่ทอง ครับ......









แต่องค์พระสูงที่ซ่อมใหม่ที่เอามาประดิษฐานด้านหน้าวัดชะเมาปัจจุบัน
......  ไม่รู้ใครไปเติมเกศเปลวเพลิงให้ท่าน ไม่รู้ว่าคิดกันยังงัย ........งง  ?  ลองดูรูปพระสูงที่บูรณะใหม่ ซิครับ..... เอ...ใช่องค์เดิมหรือเปล่าหนอ .......??????
แต่ช่างที่ซ่อมแซมยืนยันนอนยันว่าองค์เดิมแน่........



ตอนนี้กำลังปรับปรุงเปลี่ยนหลังคาธรรมดาเป็นซุ้มศาลาอย่างงดงามเลยครับ.....




....ตามด้วยพระเนื้อเงิน ปางรำพึง สังเกตดููดี  ๆ  รูปหน้าท่านเหมือนกับพระยอดธงที่พบในกรุเดียวกัน สันนิษฐานว่าเป็นช่างหลวงยุคเดียวกันครับ...






              ยังไม่ได้ถ่ายรูปลงเลยครับ....... เนื่องจากพบข้อมูลใหม่ว่าองค์ปางมารวิชัย ขนาด 3x2 Cm.ที่พบในบาตร นั้นตรวจสอบดูแล้วเป็น พระเชียงแสน(เชียงรุ้ง) องค์น้อย อายุ ราว 700 ปี  พุทธคุณไร้ขีดจำกัดจริง ๆ   ส่วนพระยอดธงที่พบเดิม คราบ กรุเขียวหนาได้ขนาดนั้น ก็น่าจะใช้เวลามากกว่า 400 ปี 
.......เริ่มสงสัยแล้วครับว่าเป็นพระอยุธยาตอนต้นหรือเปล่า เพราะพุทธศิลปนั้นเป็นเลิศจริง ๆ  กล่าวได้ว่าเป็นพระยอดธงที่สวยที่สุดเท่าที่เคยพบมาก็ว่าได้  หรืออาจจะเก่าย้อนยุคไปมากกว่านั้น  และที่ฐานพระสูง เองก็มีรอยจารึกว่า พ.ศ. ๑๐๗๙ ...

             วันนี้ยังอยู่ที่กรุวัดชะเมาครับ ครานี้ได้มาอีก 3 องค์  มีทั้งองค์จำลองหลวงพ่อสูงขนาดจิ๋ว.....สวยงามมาก ใหญ่กว่าเหรียญ 2 บาท รุ่นใหม่ นิดหน่อย........องค์ที่สอง เป็นปางมารวิชัยเนื้อเงิน 3x2 ซ.ม....ดูเข้มขลัง...... องค์ที่สามเป็นพระปางรำพึงเนื้อเงิน ขนาดสูง 3 ซ.ม. เช่นกัน.... พุทธศิลป์ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ช่างหลวงอยุธยาตอนต้น......แบบยอดธง

                    รอชมกันไปก่อนนะครับ........................................

            

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พระทวารวดี(ยืน) กรุวัดชะเมา

รอนานไหมครับ ......ช่วงนี้งานยุ่งมากจริง ๆ 
ชมกันเลยดีกว่า องค์นี่เป็นพระทวารวดี(ยืน) พบในโพรงใต้ฐานพระประธานครับ ดูข้อมูลเพิ่มเติม




รูปนี้ล้างแล้ว ครับ (ยืมเค้ามาลง) 
แต่อันนี้ท่านเจ้าของเขียนว่า พบที่กรุวัดมหาธาตุ ลพบุรี เนื้อเป็นชินเงิน สวยมาก ครับ.....







ต่อเลยนะครับ .........ส่วนองค์นี้เป็นพระนาคปรก อบู่ในโพรงใต้ฐานพระประธานเช่นกัน...







ส่วนองค์นี้ ...เป็นพระยอดธงบุทองคำ... ครับ  พบในบาตรใต้โพรงฐานพระประธาน.... ว่ากันว่า...องค์สัมฤทธิ์สำหรับทหารศึกทั่วไป องค์บุทองคำนี้สำหรับแม่ทัพนายกอง....ลองหาดูพระมาลา(หมวก)ที่พระเจ้าตากสินที่ใช้ออกศึกดู......ครับ...........
พระมาลาจะล้อมรอบด้วยพระยอดธง.......... ชักสนใจแล้วซิ...
โทรถามได้ครับ......081-5377558 .........